กะหล่ำปลีเป็นผักราคาถูกที่คนไทยคุ้นเคยกันดี ไม่ว่าจะกินเป็นผักสดแกล้มลาบ ส้มตำ หรืออาหารยำที่รสชาติจัดจ้านแบบไทยๆ ยิ่งอร่อยเข้ากันดี และช่วยดับรสเผ็ดร้อนได้อีก หรือจะลวกจิ้มน้ำพริก นอกจากนี้ใบกรอบๆของกะกล่ำปลียังนิยมใส่ในสลัดผัก อย่างกะหล่ำปลีสีม่วงที่ช่วยแต่งสีสันจานสลัดให้น่ากินยิ่งขึ้น และหากนำมาผัดเป็นอาหารง่ายๆ หรือต้มเป็นแกงจืดก็ได้น้ำแกงรสดีมีคุณค่า
คุณค่ามากมาย
- กะหล่ำปลีนี้มีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ มีทั้ง วิตามินเอ วิตามินบี 2 วิตามินซี วิตามินอี โฟเลต เบต้าแคโรทีน และแร่ธาตุต่างๆ เช่น เหล็ก โพแทสเซียม และแมกนีเซียม
- อุดมไปด้วยวิตามินซี จากการศึกษาพบว่ากะหล่ำปลีเป็นพืชผักที่มีวิตามินซีสูงมาก ในกะหล่ำปลีฝอย 1 ถ้วยมีวิตามินซีถึง 18 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่ใกล้เคียงกับวิตามินซีในส้มเขียวหวาน 1 ผลเลยทีเดียว
- สรรพคุณทางยา กะหล่ำปลียังช่วยบรรเทา โรคกระเพาะอาหารอักเสบ นักวิจัยศึกษาพบว่า สารกลูทามีนในกะหล่ำปลีช่วยเคลือบกระเพาะอาหารได้ อีกทั้งยังมีสารซัลเฟอร์ ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่ ทำให้การขับถ่ายดี ไม่เพียงเท่านั้น เจ้าสารซัลเฟอร์นี้ยังช่วยลดระดับคอเลสเทอรอล ระงับประสาท และทำให้นอนหลับได้ง่ายอีกด้วย
**** เคล็ดลับน่ารู้ *****
ถึงแม้กะหล่ำปลีจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย แต่การกินกะหล่ำปลีดิบมากเกินไปก็เป็นผลเสียต่อร่างกายได้ เพราะในกะหล่ำปลีดิบ มีสารชนิดหนึ่งชื่อ กอยโทเจน (Goitrogen) ถ้าสารนี้มีมากก็ขัดขวางการทำงานของต่อมไทรอยด์ ทำให้นำไอโอดีนในเลือดไปใช้ดไ้น้อย ร่างกายจะขาดไอโอดีน ทำให้เกิดโรคคอพอกได้ โดยเฉพาะผู้เป็นโรคไทรอยด์ไม่ควรกินมาก เพราะสารดังกล่าวไปลดระดับไทร็อกซินในเลือดได้ หากกินติดต่อกันเป็นเวลานานๆ แต่ถ้าทำให้สุกแล้วก็ไม่เป็นไร เพราะสารนี้จะถูกความร้อนทำลายไป
Filed under: ผักและผลไม้ , วิตามินซี, วิตามินบี 2, วิตามินอี, วิตามินเอ, เบต้าแคโรทีน, เหล็ก, แมกนีเซียม, แร่ธาตุ, โพแทสเซียม, โฟเลต
