Thai Healthy Food

Icon

ผัก ผลไม้ สมุนไพร อาหารไทย เครื่องดื่ม ยาสมุนไพร

คะน้า กันมะเร็ง และโรคกระดูกพรุน

คะน้าเป็นผักที่หาง่าย โดยเฉพาะฤดูหนาว ราคาคะน้าจะยิ่งถูกเป็นพิเศษ เพราะช่วงอากาศที่ผักชนิดนี้เติบโตได้ดี คะน้าจึงจัดเป็นผักยอดนิยมของคนไทย ทั้งใส่ในก๋วยเตี๋ยวราดหน้าหรือผัดซีอิ๊ว ยิ่งเป็นยอดคะน้ายิ่งกรอบอร่อย ไม่มีรสขม ถ้าแช่น้ำแข็งกินเป็นผักแนมกับเมี่ยงปลาทู หรืออาหารรสจัดอื่นๆ ยิ่งถูกปาก หรือจะผัดคะน้าใส่ปลาเค็มเพิ่มเข้าไปอีก ก็เป็นอีกเมนูเด็ดประจำบ้าน

คุณค่ามากมาย
- ใบสีเขียวเข้มของคะน้า อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ เบต้าแคโรทีน และวิตามินซีสูง ซึ่งเสริมภูมิคุ้มกันโรคให้แข็งแรง และช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง อีกทั้งวิตามินซีจะช่วยสร้างเนื้อเยื่อให้ชุ่มชื้น บำรุึงผิวพรรณ

- นอกจากนี้วิตามินเอยังช่วยบำรุงสายตา ทำให้การมองเห็นได้ดีในเวลากลางคืน และต้านทานการติดเชื้อ เบต้าแคโรทีนยังมีคุณสมบัติคงทน แม้จะนำไปล้างหรือปรุงด้วยความร้อนก็ตาม จึงกินได้ทั้งคะน้าสดและที่ปรุงสุก

- คะน้ายังเป็นผักสร้างกระดูกชั้นเยี่ยมเมหือนใบยอ เพราะมีแคลเซียมสูง ช่วยป้องกันโรคกระดูกบางได้ งานวิจัยพบว่าร่างกายดูดแคลเวียมจากคะน้าได้ไม่น้อยกว่าแคลเซียมจากนมเลย

******** เคล็ดลับน่ารู้ ********

หลายคนสงสัยว่าไขสีขาวๆเท่าๆ ที่เคลือบใบคะน้าว่าใช่ยาฆ่าแมลงหรือไม่นั้น เพราะไขขาวๆที่พูดถึง เป็นสารธรรมชาติ ไม่มีพิษมีภัย แต่จะซึมซับเอาละอองยาฆ่าแมลงมาเก็บไว้ ดังนั้นตอนล้างใบคะน้าจึงควรลูบไขขาวๆนี้ออกโดยใช้เกลือและผงฟูสักก้อน หรือลองเหยาะน้ำส้มสายชูสักหน่อยลงในน้ำล้างผักวิธีใดวิธีหนึ่ง จะช่วยกำจัดยาฆ่าแมลงออกได้

เวลาเลือกซื้อ ควรเลือกที่มีรอยแมลงกัดกินบ้าง แสดงว่าปลอดสารพิษ แต่ที่ดีกว่านั้น หากพอมีที่มีทาง จะลองปลูกคะน้าปลอดสารพิษไว้กินเองให้สบายใจ ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดี

Filed under: ผักและผลไม้ , , , ,

กะหล่ำปลี สุดยอดผักวิตามินซี

กะหล่ำปลีเป็นผักราคาถูกที่คนไทยคุ้นเคยกันดี  ไม่ว่าจะกินเป็นผักสดแกล้มลาบ  ส้มตำ  หรืออาหารยำที่รสชาติจัดจ้านแบบไทยๆ  ยิ่งอร่อยเข้ากันดี  และช่วยดับรสเผ็ดร้อนได้อีก  หรือจะลวกจิ้มน้ำพริก  นอกจากนี้ใบกรอบๆของกะกล่ำปลียังนิยมใส่ในสลัดผัก  อย่างกะหล่ำปลีสีม่วงที่ช่วยแต่งสีสันจานสลัดให้น่ากินยิ่งขึ้น  และหากนำมาผัดเป็นอาหารง่ายๆ  หรือต้มเป็นแกงจืดก็ได้น้ำแกงรสดีมีคุณค่า

คุณค่ามากมาย
-  กะหล่ำปลีนี้มีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ  มีทั้ง   วิตามินเอ  วิตามินบี 2  วิตามินซี  วิตามินอี  โฟเลต  เบต้าแคโรทีน  และแร่ธาตุต่างๆ  เช่น  เหล็ก  โพแทสเซียม  และแมกนีเซียม

-  อุดมไปด้วยวิตามินซี  จากการศึกษาพบว่ากะหล่ำปลีเป็นพืชผักที่มีวิตามินซีสูงมาก  ในกะหล่ำปลีฝอย  1  ถ้วยมีวิตามินซีถึง  18  มิลลิกรัม  ซึ่งเป็นปริมาณที่ใกล้เคียงกับวิตามินซีในส้มเขียวหวาน  1  ผลเลยทีเดียว

-  สรรพคุณทางยา  กะหล่ำปลียังช่วยบรรเทา  โรคกระเพาะอาหารอักเสบ  นักวิจัยศึกษาพบว่า  สารกลูทามีนในกะหล่ำปลีช่วยเคลือบกระเพาะอาหารได้  อีกทั้งยังมีสารซัลเฟอร์  ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่  ทำให้การขับถ่ายดี  ไม่เพียงเท่านั้น  เจ้าสารซัลเฟอร์นี้ยังช่วยลดระดับคอเลสเทอรอล  ระงับประสาท  และทำให้นอนหลับได้ง่ายอีกด้วย

**** เคล็ดลับน่ารู้  *****

ถึงแม้กะหล่ำปลีจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย  แต่การกินกะหล่ำปลีดิบมากเกินไปก็เป็นผลเสียต่อร่างกายได้  เพราะในกะหล่ำปลีดิบ  มีสารชนิดหนึ่งชื่อ  กอยโทเจน (Goitrogen)  ถ้าสารนี้มีมากก็ขัดขวางการทำงานของต่อมไทรอยด์  ทำให้นำไอโอดีนในเลือดไปใช้ดไ้น้อย  ร่างกายจะขาดไอโอดีน  ทำให้เกิดโรคคอพอกได้  โดยเฉพาะผู้เป็นโรคไทรอยด์ไม่ควรกินมาก  เพราะสารดังกล่าวไปลดระดับไทร็อกซินในเลือดได้  หากกินติดต่อกันเป็นเวลานานๆ  แต่ถ้าทำให้สุกแล้วก็ไม่เป็นไร  เพราะสารนี้จะถูกความร้อนทำลายไป

Filed under: ผักและผลไม้ , , , , , , , , , ,

ผักและผลไม้สำคัญอย่างไร

การบริโภคผักและผลไม้เป็นประจำ ควรบริโภคผักและผลไม้ให้ได้ประมาณ 1 ใน 4 หรือ 25 เปอร์เซ็นต์ของอาหารที่เรากินในแต่ละมื้อ เป็นผักดิบและผักปรุงสุกอย่างละครึ่ง ส่วนประเภทผลไม้นั้นจัดเป็นหนึ่งในประเภทเบ็ดเตล็ด ควรเลือกผลไม้สดและมีรสชาติไม่หวานจัดจนเกินไป เช่น ฝรั่ง แอ๊ปเปิ้ล หรือมะละกอ กลุ่มนี้แบ่งเป็น 10 เปอร์เซ็นต์ของแต่ละมื้อ

เนื่องจากผักและผลไม้ให้ทั้งวิตามิน แร่ธาตุ เส้นใยอาหารและสารพฤกษเคมีที่สำคัญ ซึ่งช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย นอกจากนี้สารอาหารเหล่านี้ยังมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ หรือแอนติออกซิแดนท์ (Antioxidants) ทำหน้าที่กวาดจับและทำลายอนุมูลอิสระ (Free Radical) ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย และเป็นตัวการทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ต้อกระจก และมะเร็งบางชนิด รวมทั้งความเสื่อมความชราของร่างกายได้

สารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญมีหลายตัวทั้งที่เกิดขึ้นเองภายในร่างกายและที่ร่างกาย ได้รับจากภายนอก ได้แก่

- เบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ (ร่างกายสามารถสร่างวิตามินเอได้เองจากอาหาร) พบมากในพืชที่มีสีเหลือง ส้ม เช่น แครอท มะม่วง มะละกอ มันเทศ และพริกชี้ฟ้า และยังมีอยู่ในผักสีเขียวเข้ม เช่น คะน้า ผักโขม และบรอกโคลี

- วิตามินซี พบมากในผลไม้แทบทุกชนิด โดยเฉพาะที่มีรสเปรี้ยว ได้แก่ มะนาว ส้ม ฝรั่ง ผักที่เป็นแหล่งวิตามินซี ได้แก่ บรอกโครี กะหล่ำปลี ถั่ว มันฝรั่ง มะเขือเทศ และผักใบเขียว

- วิตามินดี พบมากในเนย เนยแข็ง นม และแสงแดดอ่อน

- วิตามินอี มีมากในน้ำมันพืช โดยเฉพาะที่ได้จากดอกคำฝอย ปาล์ม โอเลอิก และเมล็ดพืชต่างๆ เช่น เมล็ดทานตะวัน ถั่วลิสง อัลมอนด์ ข้าวกล้อง รวมทั้งผักใบเขียวทั้งหลาย

- ธาตุเหล็ก สังกะสี ทองแดง และ ซีลีเนียม คุณจะได้รับแร่ธาตุเหล่านี้ครบทั้งสี่ชนิดในแต่ละว้นจากการกินอาหารต่อไปนี้ ปลา ข้าวกล้อง ถั่ว ผักใบเขียวเข้ม ผลไม้บางชนิด และเมล็ดพืชต่างๆ

การกินผักและผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็ตาม ถือว่าเป็นสุดยอดนิสัยการกินที่เราควรฝึกไว้ เพราะเป็นอาหารที่สด อร่อย และเรายังได้รับประโยชน์ด้านสุขภาพจากพืชผักผลไม้ด้วย

Filed under: ผักและผลไม้ , , , , , , , , , , ,

 

พฤศจิกายน 2009
พฤ อา
« ม.ค.    
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30